กระต่ายแคระเป็นสัตว์เลี้ยงอีกชนิดที่สามารถออกใบประวัติสายพันธุ์ได้ หรือที่เรียกว่าใบเพ็ดดีกรี.. “ใบเพ็ดดีกรี กระต่าย” คืออะไร? มีความสำคัญอย่างไร? บทความนี้จะพาคุณมาพบคำตอบกันค่ะ
ใบเพ็ดกระต่าย (Rabbit Pedigree) คืออะไร?
ใบเพ็ดดีกรี (Pedigree) ออกโดยผู้เพาะพันธุ์ (Breeder) หรือฟาร์ม โดยใบเพ็ดดีกรีกระต่าย คือ เอกสารลำดับเครือญาติที่บันทึกประวัติสายเลือดของกระต่ายตัวนั้นๆ ย้อนกลับไปอย่างน้อย 3 รุ่น (Generations) ได้แก่ พ่อแม่, ปู่ย่าตายาย และทวด
ในใบเพ็ดที่ได้มาตรฐานสากล (เช่น มาตรฐาน ARBA) จะต้องระบุข้อมูลสำคัญดังนี้:
- ข้อมูลประจำตัว: ชื่อกระต่าย, เลขรหัสหู (Ear Number), สายพันธุ์ (Breed), และกลุ่มสี (Variety)
- ข้อมูลสรีระ: น้ำหนัก (Weight) และเพศ (Sex)
- ข้อมูลบรรพบุรุษ: ชื่อและเลขหูของบรรพบุรุษทั้ง 14 ตัวในสายเลือด
- รางวัลการันตี: หากบรรพบุรุษตัวใดได้รับตำแหน่งแชมป์ จะมีคำนำหน้าว่า GC (Grand Champion)
อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่า “ใบเพ็ดดีกรีกระต่าย” บ่งบอกความสวยงามของกระต่ายนะคะ แต่เอกสารนี้สามารถบ่งบอกบรรพบุรุษย้อนหลังไปได้ 3 รุ่น และแสดงเส้นทางพันธุกรรมจากกระต่าย 14 ตัวที่เป็นพ่อแม่ ปู่ย่า และทวด ความสำคัญของฟาร์มกระต่ายแคระที่ออกใบเพ็ดดีกรีได้ มีดัวนี้
- การป้องกันเลือดชิด (Inbreeding Control) การตรวจสอบใบเพ็ดช่วยให้มั่นใจว่าเราไม่ได้นำกระต่ายที่มีสายเลือดใกล้ชิดกันเกินไปมาผสมกัน ซึ่งอาจนำไปสู่ความพิการหรือโรคทางพันธุกรรมได้
- มูลค่าและความน่าเชื่อถือ (Value & Trust) กระต่ายที่มีใบเพ็ดรับรองจากฟาร์มที่น่าเชื่อถือ (Master Breeder) มักมีราคาสูงกว่ากระต่ายทั่วไป เพราะเป็นการการันตีว่ากระต่ายตัวนั้นเป็น “สายพันธุ์แท้ 100%” ตามมาตรฐาน SOP (Standard of Perfection)
- การคาดการณ์ลักษณะลูกกระต่าย (Predictability) นักบรีดจะใช้ใบเพ็ดเพื่อดูว่ากระต่ายตัวนี้มี “ยีนแฝง” อะไรบ้าง เช่น หากต้องการบรีดกระต่ายสีขาวตาฟ้า (BEW) ใบเพ็ดจะบอกได้ว่าพ่อแม่ตัวไหนมียีน Vienna แฝงอยู่ ทำให้โอกาสได้ลูกตรงตามความต้องการมีสูงขึ้น




ใบเพ็ดดีกรีกระต่าย ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
ใบเพ็ดที่สมบูรณ์จะต้องประกอบด้วยข้อมูลของกระต่ายตัวนั้นๆ ได้แก่: วันเกิด (DOB), กลุ่มสี (Variety), เพศ (Sex), ชื่อ (Name), เลขหู (Ear Number) และน้ำหนัก (เมื่อถึงอายุเกณฑ์รุ่น Senior) รวมถึงบรรพบุรุษทุกตัวที่ระบุไว้ในใบเพ็ดก็ต้องมีข้อมูลเหล่านี้ครบถ้วนเช่นกัน นอกจากนี้ ในใบเพ็ดจะต้องระบุสายพันธุ์ (Breed) และข้อมูลของผู้เพาะพันธุ์ (Breeder) ไว้ที่ใดที่หนึ่งด้วย ดังนี้ :
- Rabbit Information (ข้อมูลกระต่าย)
- RABBIT NAME: ชื่อของกระต่ายตัวนี้ (มักจะมีชื่อฟาร์มนำหน้า เช่น Sunny’s Charlie)
- EAR NUMBER: เลขรหัสที่สักอยู่บริเวณหูของกระต่าย (สำคัญมากสำหรับการระบุตัวตนในการประกวด)
- DOB (Date of Birth): วัน/เดือน/ปีเกิด
- BREED: สายพันธุ์ (เช่น Netherland Dwarf, Holland Lop)
- GENDER: เพศ (BUCKS = ตัวผู้, DOES = ตัวเมีย)
- VARIETY/COLOR: กลุ่มสีหรือสีของขนตามมาตรฐาน ARBA
- WEIGHT: น้ำหนักจริง (เป็นปอนด์ LBS หรือกิโลกรัม KG)
- Pedigree Chart (ตารางสายเลือด)
- PARENTS: รุ่นพ่อแม่ (SIRE = พ่อ, DAM = แม่)
- GRANDPARENTS: รุ่นปู่ย่าตายาย (GRAND SIRE = ปู่/ตา, GRAND DAM = ย่า/ยาย)
- GREAT-GRANDPARENTS: รุ่นทวด (GREAT-GRAND SIRE = ปู่ทวด/ตาทวด, GREAT-GRAND DAM = ย่าทวด/ยายทวด)
- GC (Grand Champion): ตำแหน่งแชมป์ (หากมี ต้องระบุไว้หน้าชื่อเพื่อเพิ่มมูลค่า)
- Authentication (การรับรอง)
- BREEDER SIGNATURE: ลายเซ็นของผู้เพาะพันธุ์ที่ออกใบเพ็ด
- DATE: วันที่ออกเอกสาร
ใบเพ็ด vs ใบลงทะเบียน (Pedigree vs Registration)
ในระดับสากลอย่าง ARBA สองสิ่งนี้มีความแตกต่างกัน:
- Pedigree: ออกโดยผู้เพาะพันธุ์ (Breeder) เพื่อบันทึกสายเลือด
- Registration: คือการนำกระต่ายที่มีใบเพ็ดไปให้กรรมการ (Registrar) ตรวจสอบสรีระจริงว่า “ถูกต้องตามมาตรฐานทุกประการ” แล้วจึงออกใบลงทะเบียนให้เปรียบเสมือนบัตรประชาชนกระต่ายตัวนั้น
เพราะฉะนั้นหากต้องการกระต่ายที่มั่นใจว่าเป็นสายพันธุ์แท้ ก็ควรเลือกกระต่ายที่มีใบ Registration และหากต้องการทราบพันธุกรรมก็ต้องมีใบเพ็ดดีกรีกระต่ายด้วย
หากเพื่อนๆ ต้องการกระต่ายสวยงาม เลี้ยงเล่น เลี้ยงทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเลือกกระต่ายที่มีใบเพ็ดดีกรีก็ได้ค่ะ แต่ถ้าหากว่าต้องการกระต่ายสวยๆ อนาคตอาจจะให้น้องมีลูกมีหลาน การเลือกกระต่ายที่มีใบเพ็ดดีกรีเผื่อไว้ก็ทำให้คุณทราบสายพันธุ์ สามารถเลือกคู่ให้น้องได้อย่างเหมาะสมตามคุณสมบัติสี ซึ่งก็ควรขอใบเพ็ดดีกรีจากผู้เพาะพันธุ์ในช่วงที่ซื้อมา เพราะถ้าหากขอย้อนหลังก็อาจจะจำไม่ได้ ลืมกันไปนั่นเอง
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับกระต่ายประกวด

