รู้จัก Nano Care Essence Spray รักษาแผลสด ที่คนเลี้ยงกระต่ายต้องมีติดบ้าน

กระต่ายจัดอยู่ในกลุ่ม Exotic Pet ที่มักเจอปัญหาผิวหนังจากการกัด แทะ เลีย จนอักเสบ เป็นหนอง Nano Care Essence Spray เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลเรื่องบาดแผล ป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่จะตามมา เพื่อการดูแลผิวหนังกระต่ายให้กลับมาเฟิร์ม บทความนี้ Winner-rabbit.com จึงแนะนำผลิตภัณฑ์ Nano Care Essence Spray ให้แม่ๆ มีติดบ้านไว้ มาดูกันค่ะว่า Nano Care Essence Spray ช่วยเรื่องอะไร?

Nano Care Essence Spray ช่วยเรื่องอะไร?

Nano Spray กระต่าย
ขนาด 20 ml ราคา 225 บาท
คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่ SHOPEE

Nano Care Essence Spray ไม่ใช่เพียงแค่สเปรย์ฆ่าเชื้อทั่วไป แต่คือ “เอสเซนส์กระตุ้นการหายของบาดแผล” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาผิวหนังอย่างครอบคลุม โดยหน้าที่หลักของผลิตภัณฑ์คือการสร้างสภาวะที่เหมาะสมต่อการซ่อมแซมตัวเองของเนื้อเยื่อ (Wound Healing Environment) ซึ่งช่วยครอบคลุมการรักษาแผลหลากหลายประเภท 

ระยะเวลาการฟื้นฟูแผล (Healing Timeline)

  • 1-2 วันแรก (ลดการติดเชื้อ): สาร Nano Silver จะเริ่มทำงานทันที แผลที่เคยมักเยิ้มหรือมีกลิ่นจะเริ่มแห้งลง อาการบวมแดงรอบๆ ปากแผลจะเริ่มทรงตัวหรือไม่ขยายวงกว้างขึ้น
  • วันที่ 3-5 (เริ่มสมานตัว): สาร Sodium Hyaluronate และ Aloe Barbadensis จะช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ คุณจะเริ่มเห็นขอบแผลค่อยๆ เลื่อนเข้าหากัน (Wound Contraction) และเริ่มมีสะเก็ดแผลบางๆ สีชมพูขึ้นปกคลุม
  • วันที่ 7-10 (แผลปิดสนิท): สำหรับแผลกัดที่ไม่ลึกมาก แผลมักจะปิดสนิทในระยะเวลานี้ ผิวหนังจะเริ่มเรียบเนียนขึ้นและขนจะเริ่มงอกใหม่ในลำดับถัดไป

ข้อควรสังเกต: เมื่อไหร่ที่แปลว่า “ดีขึ้น”?

  • พฤติกรรมสัตว์: สัตว์เลี้ยงไม่พยายามเกาหรือกัดแผลบ่อยเท่าเดิม (เพราะอาการอักเสบและคันลดลง)
  • แผลแห้ง: ไม่มีหนองเยิ้มหรือเลือดซึมออกมาใหม่
  • สีของผิว: ผิวรอบแผลเปลี่ยนจากสีแดงจัดหรือม่วงคล้ำ เป็นสีชมพูอ่อน

วิธีการใช้สเปรย์รักษาแผลให้ได้ผลสูงสุด

เพื่อให้บาดแผลหายไวและลดความเครียดของสัตว์เลี้ยง เจ้าของควรปฏิบัติดังนี้:

  1. ทำความสะอาด: ใช้สำลีชุบน้ำเกลือ (Normal Saline) เช็ดล้างสิ่งสกปรกออกจากแผลเบื้องต้น
  2. พ่นสเปรย์: ถือขวดสเปรย์ห่างจากแผลประมาณ 10-15 เซนติเมตร พ่นให้ชุ่มพอประมาณ วันละ 2-3 ครั้ง
  3. เบี่ยงเบนความสนใจ: หลังพ่นสเปรย์ ควรหาของเล่นหรือขนมให้สัตว์เลี้ยงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้เขาเลียแผลทันที แม้ตัวยาจะเลียได้ แต่การปล่อยให้ตัวยาซึมเข้าสู่ผิวโดยไม่ถูกเลียออกก่อนจะให้ผลการรักษาที่ดีที่สุด

ข้อควรระวังสำหรับ “แผลกัด”

แผลกัดมักจะมี “รอยเขี้ยว” ซึ่งบางครั้งมองเห็นแผลเล็กนิดเดียวด้านบน แต่ด้านล่างอาจเป็น โพรงฝี ได้:

  • ถ้าพ่นไป 3 วันแล้วแผลยังบวมเป็นก้อนแข็ง: หรือมีหนองดันออกมาจากใต้ผิวหนัง แสดงว่ามีเชื้อติดอยู่ด้านในโพรงแผล กรณีนี้ต้องพาไปให้สัตวแพทย์ล้างโพรงแผล (Flush) นะครับ การพ่นสเปรย์แค่ข้างบนอาจจะไม่ถึงจุดที่เชื้อซ่อนอยู่
  • ห้ามใช้สำลีอุดแผล: ควรพ่นสเปรย์ให้ชุ่มและปล่อยให้ระบายอากาศได้ดี เพื่อไม่ให้แผลอับชื้นจนเกิดเชื้อรา

ขนาดที่มีจำหน่ายและวิธีการใช้

ขนาด 20 ml ราคา 225 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่ SHOPEE
ขนาด 50 ml ราคา 369 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่ SHOPEE

เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย Nano Care Essence Spray มักมีจำหน่ายในขนาดที่พกพาสะดวกและคุ้มค่า ได้แก่:

  • ขนาด 20 ml: เหมาะสำหรับพกพาหรือเก็บไว้เป็นยาสามัญประจำบ้านสำหรับสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก
  • ขนาด 50 ml: เหมาะสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหลายตัว หรือต้องใช้รักษาแผลต่อเนื่อง

วิธีการใช้ที่แนะนำ: ทำความสะอาดแผลเบื้องต้น (ถ้ามีสิ่งสกปรกมาก) จากนั้นพ่นสเปรย์ลงบนบริเวณบาดแผลหรือผิวหนังที่ต้องการ วันละ 2-3 ครั้ง โดยไม่ต้องล้างออก ตัวยาจะซึมเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็วโดยไม่ทิ้งคราบเหนียวเหนอะหนะ

  • เลขที่ใบรับแจ้ง 10-1-6200026625
  • ขนาดบรรจุ:  20 ml. และ 50ml.

Nano Care Essence Spray ใช้กี่วันถึงดีขึ้น สำหรับแผลกัดกัน

สำหรับแผลที่เกิดจากการกัด (Bite Wounds) ในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะกระต่ายหรือสัตว์เล็กที่มีผิวหนังบาง Nano Care Essence Spray จะเริ่มแสดงผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนภายใน 3-5 วัน  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความลึกของแผลและการดูแลอย่างต่อเนื่อง

เพื่อให้คุณประเมินสถานการณ์ได้ง่ายขึ้น นี่คือ “ไทม์ไลน์” การหายของแผลเมื่อใช้สเปรย์อย่างถูกต้อง (พ่นวันละ 2-3 ครั้ง)

ระยะเวลาการฟื้นฟูแผล (Healing Timeline)

  • 1-2 วันแรก (ลดการติดเชื้อ): สาร Nano Silver จะเริ่มทำงานทันที แผลที่เคยมักเยิ้มหรือมีกลิ่นจะเริ่มแห้งลง อาการบวมแดงรอบๆ ปากแผลจะเริ่มทรงตัวหรือไม่ขยายวงกว้างขึ้น
  • วันที่ 3-5 (เริ่มสมานตัว): สาร Sodium Hyaluronate และ Aloe Barbadensis จะช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ คุณจะเริ่มเห็นขอบแผลค่อยๆ เลื่อนเข้าหากัน (Wound Contraction) และเริ่มมีสะเก็ดแผลบางๆ สีชมพูขึ้นปกคลุม
  • วันที่ 7-10 (แผลปิดสนิท): สำหรับแผลกัดที่ไม่ลึกมาก แผลมักจะปิดสนิทในระยะเวลานี้ ผิวหนังจะเริ่มเรียบเนียนขึ้นและขนจะเริ่มงอกใหม่ในลำดับถัดไป

ข้อควรสังเกต: เมื่อไหร่ที่แปลว่า “ดีขึ้น”?

  1. แผลแห้ง: ไม่มีหนองเยิ้มหรือเลือดซึมออกมาใหม่
  2. สีของผิว: ผิวรอบแผลเปลี่ยนจากสีแดงจัดหรือม่วงคล้ำ เป็นสีชมพูอ่อน
  3. พฤติกรรมสัตว์: สัตว์เลี้ยงไม่พยายามเกาหรือกัดแผลบ่อยเท่าเดิม (เพราะอาการอักเสบและคันลดลง)

ข้อควรระวังสำหรับ “แผลกัด”

แผลกัดมักจะมี “รอยเขี้ยว” ซึ่งบางครั้งมองเห็นแผลเล็กนิดเดียวด้านบน แต่ด้านล่างอาจเป็น โพรงฝี ได้:

  • ถ้าพ่นไป 3 วันแล้วแผลยังบวมเป็นก้อนแข็ง: หรือมีหนองดันออกมาจากใต้ผิวหนัง แสดงว่ามีเชื้อติดอยู่ด้านในโพรงแผล กรณีนี้ต้องพาไปให้สัตวแพทย์ล้างโพรงแผล (Flush) นะครับ การพ่นสเปรย์แค่ข้างบนอาจจะไม่ถึงจุดที่เชื้อซ่อนอยู่
  • ห้ามใช้สำลีอุดแผล: ควรพ่นสเปรย์ให้ชุ่มและปล่อยให้ระบายอากาศได้ดี เพื่อไม่ให้แผลอับชื้นจนเกิดเชื้อรา

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

Posted in