บทความก่อนหน้านี้ได้เขียนเกี่ยวกับเครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์สำหรับผู้สนใจผลิตอาหารกระต่าย แต่ถ้าหากใครอยากผลิตพ่อจำหน่าย จดสูตรอย่างจริงจัง! จะต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง บทความนี้ พาคุณไปความเข้าใจเรื่อง “การจดทะเบียนอาหารสัตว์” เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เพราะกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 กำหนดให้สินค้ากลุ่มนี้ต้องได้รับการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง ในบทความนี้ เราจะพาไปเจาะลึกว่าขั้นตอนการจดทะเบียนมีอะไรบ้าง และต้องเตรียมงบประมาณเท่าไหร่
ใครบ้างที่ต้องจดทะเบียนอาหารสัตว์?
หากธุรกิจของคุณเกี่ยวข้องกับสินค้าดังต่อไปนี้ คุณจำเป็นต้องดำเนินการขออนุญาตกับกรมปศุสัตว์:
- ผู้ผลิต: โรงงานผลิตอาหารสัตว์เพื่อจำหน่าย
- ผู้นำเข้า: บริษัทที่สั่งซื้ออาหารสัตว์จากต่างประเทศเข้ามาขายในไทย
- ผู้ขาย: ร้านค้าปลีก-ส่ง (ต้องมีใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ)
ขั้นตอนการจดทะเบียนอาหารสัตว์
กระบวนการขอจดทะเบียนแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ การขอใบอนุญาตสถานที่ และ การขึ้นทะเบียนสูตรอาหาร ดังนี้ครับ:
ขั้นตอนที่ 1: การขอใบอนุญาตด้านสถานที่ (ผลิต/นำเข้า/ขาย)
- จัดเตรียมเอกสาร: สำเนาบัตรประชาชน/ทะเบียนบ้าน (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือหนังสือรับรองบริษัท (กรณีนิติบุคคล) พร้อมแผนที่และรูปถ่ายสถานที่
- ยื่นคำขอ: ยื่นต่อกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ กรมปศุสัตว์ หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด
- การตรวจหน้างาน: เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจประเมินสถานที่ผลิตหรือโกดังเก็บสินค้าว่าได้มาตรฐานตามที่กำหนดหรือไม่
การขอขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ (สูตรอาหาร)
เมื่อได้ใบอนุญาตสถานที่แล้ว ต้องนำสินค้าแต่ละชนิดมาขึ้นทะเบียน:
- ส่งตัวอย่างวิเคราะห์: นำสินค้าไปตรวจวิเคราะห์ค่าโภชนาการ (เช่น โปรตีน, ไขมัน, กาก, ความชื้น) จากห้องแล็บที่ได้รับรอง
- ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน: ยื่นผลวิเคราะห์พร้อมตัวอย่างฉลากสินค้า
- รออนุมัติ: เจ้าหน้าที่จะพิจารณาความถูกต้องของส่วนผสมและคำกล่าวอ้างบนฉลาก
ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียน (ราคาโดยประมาณ)
ค่าใช้จ่ายจะแบ่งเป็นค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย และค่าบริการทางเทคนิค ซึ่งมีรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้:
| รายการใบอนุญาต | ค่าธรรมเนียม (บาท/ฉบับ) | อายุใบอนุญาต |
| ใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ | 2,000 – 10,000 | 1 ปี (ต่ออายุทุกปี) |
| ใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ | 2,000 – 10,000 | 1 ปี (ต่ออายุทุกปี) |
| ใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ | 100 – 500 | 1 ปี (ต่ออายุทุกปี) |
| การขึ้นทะเบียนสูตรอาหาร (ต่อรุ่น) | 1,000 – 5,000 | ตามที่กฎหมายกำหนด |
นอกจากค่าธรรมเนียมราชการแล้ว ยังมี “ค่าตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ” ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของอาหารสัตว์ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 8,000 บาท ต่อ 1 รายการสินค้า (SKU)
เอกสารสำคัญที่ต้องใช้
เพื่อให้การจดทะเบียนรวดเร็วขึ้น ควรเตรียมเอกสารเหล่านี้ให้พร้อม:
- แบบคำขอ (สพ.1 สำหรับการผลิต/นำเข้า)
- สูตรส่วนประกอบของอาหารสัตว์ (Ingredient List) เป็นเปอร์เซ็นต์
- ขั้นตอนกระบวนการผลิต (Flow Chart)
- ตัวอย่างฉลากไทยที่ระบุรายละเอียดครบถ้วน (ชื่อสินค้า, เลขทะเบียน, สรรพคุณ, วิธีใช้)
การจดทะเบียนอาหารสัตว์อาจดูมีหลายขั้นตอน แต่ถ้าเตรียมเอกสารครบถ้วนและสินค้ามีคุณภาพตามมาตรฐานกรมปศุสัตว์ ก็จะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างราบรื่นและมีความน่าเชื่อถือในสายตาผู้บริโภคครับ
Read More :
- 15 อาหารกระต่าย ยี่ห้อไหนดี ขนสวย ลดกลิ่นฉี่
- แข่งประกวดสุขภาพ “อึกระต่าย” กับ WILDLOFT ชิงอาหารฟรี 6 เดือนเต็ม!!
- 150 ไอเดีย “ตั้งชื่อกระต่าย” ความหมายดี ๆ 2 พยางค์ น่ารัก จำง่าย ใช้เรียกทุกวันไม่มีเบื่อ
- รู้จักอาหารเสริมกระต่าย Rabbit Care Plus ป่วยไม่ป่วยก็กินได้
- หญ้าอัลฟัลฟ่าคืออะไร เหมาะกับกระต่ายวัยไหน

